เตรียมรถให้พร้อม! รับหน้าฝน

          ช่วงนี้ก็เข้าสู่ช่วงหน้าฝนประจำปีอย่างเป็นทางการกันแล้ว หลายๆ คนที่ใช้รถกันเป็นประจำก็คงจะรู้กันดีว่าช่วงหน้าฝนนั้นมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าฤดูอื่นๆ ตัวอย่างสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุก็เช่น ถนนลื่น ฝนตกหนักทำให้มองไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า เป็นต้น นี่ยังไม่รวมถึงเหตุการณ์รถดับขณะขับลุยน้ำรอการระบายอีกนะ ดังนั้นการเตรียมรถให้พร้อมก็จะช่วยให้เรารับมือกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ดีขึ้นนั่นเอง วันนี้ เจพี ประกันภัย ก็มีข้อแนะนำการ เตรียมรถรับหน้าฝน มาฝากทุกๆ คนที่ใช้รถกัน เพื่อที่จะขับขี่กันอย่างสบายใจและปลอดภัยครับ

 

 

ข้อแนะนำการ เตรียมรถรับหน้าฝน :

1. ตรวจเช็ครถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
หากใครกำลังคิดว่าการ เตรียมรถรับหน้าฝน นั้นเป็นเรื่องที่ยาก เราก็ต้องขอบอกเลยว่าไม่จริง เพราะการเตรียมรถที่ว่านั้นก็คือการดูแลรักษารถของเราให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานนั่นเอง โดยเราก็ต้องมีการดูแลกันเป็นประจำอยู่แล้ว หากแต่ว่าอาจจะต้องเพิ่มการตรวจสอบและดูแลในบางจุดที่เป็นส่วนสำคัญสำหรับการขับขี่รถในวันที่ฝนตก และเจพีก็รวบรวมข้อมูลจุดสำคัญๆ ต่างมาให้แล้ว ตามมาดูรายละเอียดกันได้เลย

2. ระบบเบรก
ถือเป็นเรื่องที่ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด เพราะหากเบรกของรถเราไม่อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน ก็อาจจะทำให้เกิดการเบรกรถไม่อยู่จนเป็นเหตุให้เราเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ หากว่าใครที่ใช้งานผ้าเบรกและจานเบรกจนเริ่มบางก็ถึงเวลาที่ควรจะเปลี่ยนใหม่แล้ว  โดยอาจจะถือโอกาสนี้เปลี่ยนน้ำมันเบรกพร้อมกันไปด้วยเลย รวมถึงหากมีเสียงดังขณะเหยียบเบรก หรืออาการอื่นๆ ก็ให้รีบนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อให้ช่างตรวจสอบก็จะเป็นการดีที่สุด

3. ยางรถ
ให้เราลองตรวจสอบดูความสึกหรอของดอกยาง ความหนาของดอกยางก็สำคัญเพราะมีผลในการรีดน้ำ หากตรวจสอบแล้วพบว่ายางรถเราแตกลายงา รวมถึงดอกยางสึกจนโล้น ก็รีบเปลี่ยนใหม่จะเป็นการดีที่สุด เพราะหากเราปล่อยทิ้งไว้และฝืนใช้ต่อไปทั้งที่ดอกยางโล้น เมื่อเราขับขี่รถผ่านแอ่งน้ำในขณะที่ใช้ความเร็วสูง ก็อาจจะทำให้รถเสียหลักได้ง่าย เนื่องจากประสิทธิภาพในการรีดน้ำลดลงนั่นเอง

4. ระบบปัดน้ำฝน
“ทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ ย่อมส่งผลให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น” ถือว่าเป็นเรื่องจริงเลยทีเดียว เพราะการที่เราขับขี่รถในช่วงฝนตกในขณะที่ฝนตกนั้นเราก็จะมองเห็นด้านหน้ารถได้น้อยลงกว่าการขับขี่ในช่วงเวลาที่ฝนไม่ตก และผลจากการที่เรามองเห็นได้น้อยลงนี้ก็ทำให้การเกิดอุบัติเหตุมีโอกาสมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น ระบบปัดน้ำฝน ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราควรตรวจเช็คให้อยู่ในสภาพดีเสมอ เพราะเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เรามีทัศนวิสัยดีขึ้น เมื่อเราต้องขับขี่รถในช่วงที่ฝนตก โดยวิธีการตรวจเช็คก็คือ ให้เราลองกดฉีดน้ำไปบนกระจกแล้วลองดูว่าใบปัดน้ำฝนสามารถกวาดน้ำบนกระจกหน้าได้เกลี้ยงเกลาหรือไม่ หากไม่สามารถปัดได้เกลี้ยงเกลา ก็แสดงว่าถึงเวลาเปลี่ยนใหม่แล้ว ซึ่งส่วนนี้ก็มีค่าใช้จ่ายไม่สูง และยังสามารถเปลี่ยนเองได้อีกด้วย

5. ระบบไฟส่องสว่างของรถ
ระบบไฟส่องสว่างของรถเราก็ถือเป็นอีกสิ่งที่สำคัญมากๆ หากว่าเรานั้นต้องขับขี่รถในช่วงฝนตก เพราะจะช่วยให้เราสามารถมองเห็นถนนได้ดีขึ้นและยังรวมถึงการส่งสัญญาณไฟต่างๆ ให้กับผู้ใช้รถคันอื่นอีกด้วย ดังนั้นเราจึงควรเช็คระบบไฟสว่างต่างๆ ของรถให้ดีไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้ารถ ไฟท้ายรถ ไฟเบรก ไฟเลี้ยว ไฟตัดหมอก รวมถึงระบบไฟอื่นๆ ของรถเรา ให้อยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อที่จะช่วยลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ในช่วงฝนตกนั่นเอง

นอกจากระบบต่างๆ ของรถแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ถือว่าสำคัญมากๆ ที่เราไม่ควรลืมเช็คให้ดี ก็คือ ประกันภัยรถยนต์ ของรถเรา ควรตรวจเช็คว่าใกล้ขาดแล้วหรือยัง หากใกล้แล้วก็อย่าลืมที่จะต่ออายุ เพื่อที่จะได้เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ในช่วงฤดูฝนของเรา หากเราเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็จะมีความคุ้มครองในส่วนนี้คอยดูแลเราและครอบครัวของเรานั่นเอง

สนใจสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์สามารถติดต่อ เจพี ประกันภัย ได้ที่ Call center 02 099 0555 หรือ เป็นเพื่อนกับเราใน line@ : @jpinsurance เรายินดีให้บริการครับ